"บอนด์ออมพลัส" ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% เปิดจองปลายเดือนนี้ เริ่มแค่ 100 บาท
ซื้อให้ทัน! “บอนด์ออมพลัส” รอบแรก เปิดจองผ่าน “เป๋าตัง” และ Bond Connect เริ่มต้น 100 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% ต่อปี หวังขยายฐานนักลงทุนรุ่นใหม่ผ่านระบบดิจิทัล
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ หรือ สบน. เปิดเผยรายละเอียดการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล "ออมพลัส" ประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงินรวม 8,000 ล้านบาท โดยแบ่งการจำหน่ายออกเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 4,000 ล้านบาท ซึ่งการจัดสรรเงินทุนในครั้งนี้เป็นการจำหน่ายผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ ช่องทางวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" วงเงิน 2,000 ล้านบาท และช่องทางบอนด์คอนเนคแพลตฟอร์ม (Bond Connect Platform) วงเงิน 2,000 ล้านบาท
เพื่อมุ่งเน้นการปรับภาพลักษณ์การออมทรัพย์แบบดั้งเดิมไปสู่ระบบดิจิทัล และขยายฐานผู้ลงทุนให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนวัยทำงานที่มีรายได้ประจำ
สำหรับการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลออมพลัสในรอบแรกนี้ มีการกำหนดรุ่นอายุของพันธบัตรไว้ 2 รุ่น คือ รุ่นอายุ 3 ปี ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 1.8% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี ให้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ 2.8% ต่อปี โดยกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน และมีรูปแบบเป็นพันธบัตรไร้ตราสาร หรือ Scripless ซึ่งจะไม่มีการออกใบพันธบัตรและไม่มีการออกสมุดบอนด์บุ๊คตลอดอายุของพันธบัตร
โดยผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายการธุรกรรมย้อนหลังได้ผ่านช่องทางที่ผู้จัดจำหน่ายกำหนด หรือแอปพลิเคชันมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ เช่น Streaming และ WEALTH MAGIK โดยหลังจากกระบวนการจัดสรรเสร็จสิ้น ทางบริษัทหลักทรัพย์จะนำส่งสรุปรายการธุรกรรมให้แก่ผู้ลงทุนโดยตรง
ส่วนของรายละเอียดการจำหน่ายแต่ละช่องทาง ได้แก่
1.) วอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" จะเริ่มเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โดยกำหนดวงเงินขั้นต่ำในการซื้ออยู่ที่ 100 บาท และสามารถทยอยซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อครั้ง และวงเงินซื้อรวมสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ซึ่งช่องทางนี้จะใช้วิธีการจัดสรรรูปแบบใครมาก่อนได้สิทธิ์ก่อน หรือ First Come, First Served
2.) บอนด์คอนเนคแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นระบบที่ สบน. ร่วมพัฒนากับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Settrade) ธนาคารแห่งประเทศไทย และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) จะเปิดให้ประชาชนจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 3 - 5 สิงหาคม 2569 โดยช่องทางนี้จะไม่สามารถซื้อผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารได้ แต่ต้องดำเนินการผ่านผู้จัดจำหน่ายจำนวน 24 ราย ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ 6 ราย และบริษัทหลักทรัพย์ 18 ราย รวมถึงแอปพลิเคชัน Streaming ต่างๆ
อย่างไรก็ตาม การจัดสรรบนบอนด์คอนเนคแพลตฟอร์ม จะใช้วิธี Small Lot First หรือการทยอยจัดสรรพันธบัตรเป็นรอบๆ วนไปจนครบผู้ซื้อทุกรายเพื่อกระจายสิทธิ์การถือครองอย่างทั่วถึง โดยกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท และไม่จำกัดวงเงินสูงสุดในการจองซื้อ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถจองซื้อวันใดก็ได้ภายในกรอบเวลา 3 วันดังกล่าว แต่อัตราสิทธิ์จำกัดให้จองซื้อได้เพียง 1 รายการเท่านั้น เนื่องจากระบบจะรวมวงเงินจองซื้อของทุกรายการเข้าด้วยกันก่อนเริ่มการจัดสรร โดย สบน. จะประกาศผลการจัดสรรและดำเนินการคืนเงินค่าจองซื้อในกรณีที่ได้รับจัดสรรไม่ครบวงเงินภายในวันที่ 6 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ วงเงินของช่องทางวอลเล็ต สบม. และบอนด์คอนเนคแพลตฟอร์มจะแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกบริหารจัดการเงินและจองซื้อพร้อมกันได้ทั้ง 2 ช่องทาง
สำหรับเหตุผลในการเลือกออกเฉพาะรุ่นอายุ 3 ปี และ 10 ปี นางจินดารัตน์ชี้แจงว่า เป็นช่วงเวลาที่มีความเหมาะสมในระยะกลางและระยะยาว โดยรุ่น 3 ปีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารจัดการเงินในระยะปานกลาง ส่วนรุ่น 10 ปีตอบโจทย์ผู้ออมระยะยาวที่ต้องการความมั่นคงสูงและอัตราดอกเบี้ยคงที่
ส่วนข้อกังวลเรื่องผลตอบแทนเมื่อเทียบกับเงินฝากประจำและการดึงเงินออกจากระบบธนาคาร ยืนยันว่า อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรชุดนี้สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำทั่วไปเนื่องจากมีการรวมสเปรดชดเชยเรื่องภาษีไว้ให้แล้ว ส่วนวงเงินจำหน่ายรวมปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่สูงมาก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ และเป็นไปตามแผนการระดมทุนผ่านเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม คำว่า “พลัส” ในครั้งนี้ คือ
“พลัสรายเดือน” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถจองซื้อพันธบัตรได้ทุกเดือน
“พลัสช่องทางการลงทุน” ด้วยการเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่าน Bond Connect Platform ควบคู่กับวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อให้เข้าถึงนักลงทุนได้ง่ายขึ้น
“พลัสดอกเบี้ยที่จูงใจ” เมื่อเทียบกับเงินฝากทั่วไป
“พลัสกลุ่มเป้าหมาย” ด้วยการขยายฐานผู้ลงทุนไปยังคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่คุ้นเคยกับการลงทุนผ่านระบบดิจิทัล
“พลัสตลาดรอง” ที่ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายพันธบัตรได้ตามกลไกตลาด มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีสภาพคล่องมากขึ้น
ปัจจุบันมีฐานลูกค้าประจำในวอลเล็ต สบม. อยู่ประมาณ 150,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ซื้อสะสมไว้ให้ลูกหลาน แต่การเพิ่มช่องทางบอนด์คอนเนคแพลตฟอร์มในครั้งนี้จะช่วยดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับระบบดิจิทัลและแอปพลิเคชันเทรดหุ้น เนื่องจากพันธบัตรหนี้สามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันในการซื้อขายหลักทรัพย์ต่อไปได้
ทั้งนี้ สำหรับเป้าหมายการออมในอนาคต สบน. จะพิจารณาปรับวงเงินและอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในทุกๆรอบ โดยการจำหน่ายครั้งที่ 2 มีกำหนดจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 เป็นต้นไป และจะมีการประกาศอัตราดอกเบี้ยพร้อมวงเงินจำหน่ายให้ทราบอีกครั้งในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 โดยผู้ลงทุนที่สนใจสามารถติดต่อผู้จัดจำหน่ายเพื่อเปิดบัญชีหลักทรัพย์เตรียมความพร้อมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB